พระซุ้มร่มโพธิ์ (โดดร่ม) กรุวัดราชบูรณะ เนื้อชินเงิน จ.พระนครศรีอยุธยา

กรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานี ถึง ๔๑๗ ปี ก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะล่มสลาย มีพระมหากษัตริย์ถึง ๓๔ พระองค์ ดังนั้น ศิลปวัตถุ ตลอดจนพระบูชา และพระเครื่อง ของกรุงศรีอยุธยาจึงมีมากมาย เพราะพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ ทรงสร้างไว้เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา กรุงศรีอยุธยาจึงได้รับยกย่องว่าเป็น “เมืองพระ” ดังเช่นที่ วัดราชบูรณะ วัดเดียวก็มีพระเครื่องนับร้อยชนิด วัดมหาธาตุ ก็มีจำนวนไม่น้อย ถ้าจะมาจำแนกกันทั้งหมด คงจะเป็นรายละเอียดมากมาย พระซุ้มร่มโพธิ์ (โดดร่ม) กรุวัดราชบูรณะ เนื้อชินเงิน ปิดทองด้านหน้า พระเครื่องของกรุงศรีอยุธยา นั้น จัดว่าเป็นพระร่วมสมัย เพราะว่าได้รับอิทธิพลของหลายยุคผสมผสานกัน แต่ก็มีศิลปะของอยุธยาแท้ๆ ไม่ใช่น้อย เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของพระเครื่องอยุธยาก็คือ เป็นพระที่ทำมาจาก เนื้อชินเงิน ถึง ๘๐% นอกนั้นเป็นพระเนื้อดิน กรุวัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นกรุมหาสมบัติอันล้ำค่าทางพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี โบราณวัตถุ มีความสำคัญยิ่งใหญ่อลังการที่สุดกรุหนึ่งของเมืองไทย เป็นกรุที่มีความชัดเจนในลำดับความเป็นมา ด้วยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และมีการเปิดกรุอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๐๐ มีการพบสมบัติโบราณครั้งใหญ่โดยบังเอิญ…

พระลีลาดอกไม้ไหว กรุวัดส่องคบ เนื้อชินเงิน จ.ชัยนาท

ชัยนาท เป็นเมืองเก่าแห่งราชอาณาจักรสุโขทัย ในสมัยอยุธยา เมืองชัยนาทถือเป็นเมืองลูกหลวง ทางด้านยุทธศาสตร์การทหารที่สำคัญ ใช้ตั้งรับศึกจากพม่าหลายครั้ง และมีชัยชนะทุกครั้งไป อันเป็นที่มาของชื่อเมือง “ชัยนาท” ประวัติดั้งเดิม เป็นเมืองโบราณมีชื่อว่า “เมืองแพรก” หรือ “เมืองสรรค์” ตั้งอยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณที่ปากคลองแพรกศรีราชา ใต้ปากน้ำเก่า ต่อมาได้มีชุมชนใหม่เกิดขึ้น ไม่ไกลจากเมืองสรรค์เท่าใดนัก เมืองใหม่นี้มีชื่อว่า “เมืองชัยนาท” ผู้คนพากันอพยพเข้ามาอยู่มากขึ้น ทำให้เมืองสรรค์กลายเป็นเมืองเก่าไป ปัจจุบัน เมืองสรรค์ เป็นอำเภอหนึ่งของ จ.ชัยนาท ชื่อว่า อ.สรรค์บุรี เมืองสรรค์ ได้ชื่อว่าเป็น เมืองพระ ด้วยเหตุที่มีวัดวาอารามต่างๆ มาก (ประมาณ ๒๐๐ วัด) จัดเป็นแหล่งรวมพระพุทธรูป พระเครื่อง และโบราณวัตถุต่างๆ มากมาย พระลีลาดอกไม้ไหว กรุวัดส่องคบ นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งกำเนิด พระเครื่อง ที่มีชื่อเสียงมาช้านาน นั่นคือ พระลีลาเมืองสรรค์ หรือที่นิยมเรียกว่า พระสรรค์ยืนลีลา ถือเป็นพระพิมพ์ที่อยู่ในความนิยม และต้องการของนักสะสมมาช้านาน เนื่องจากพระพิมพ์นี้ มีชื่อเสียงโด่งดังในทางพุทธคุณ…

พระร่วงยืนพิมพ์ข้างรัศมี เนื้อชินสนิมแดง กรุดอนกระโดน จ.ชัยนาท

พระกรุดอนกระโดน ขุดพบที่หมู่บ้านดอนกระโดน จ.ชัยนาท เมื่อวันขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๕ ปี ๒๕๒๓ ถือเป็นวันฤกษ์ดีที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “วันกระทิงวัน” เจ้าของบ้านชื่อ ลุงเผื่อน และ ป้าชื่น นาคสังข์ ขณะถาดลานดินก่อนนวดข้าว พบ พระนาคปรกสนิมแดง ๑ องค์ จึงมั่นใจว่า จะต้องมีพระอยู่ใต้พื้นดิน จึงนำรถไถมาขุดดันดิน ปรากฏว่าเครื่องรถไถดับ จึงเอารถคันใหม่มาขุดดันดินแทน เครื่องยนต์ก็ดับอีกเช่นกัน ทำอยู่ถึง ๓-๔ ครั้ง จึงต้องบวงสรวงต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่ใต้ดินในบริเวณที่จะขุดนั้น ใช้เวลาขุดหาเป็นบริเวณกว้างประมาณกว่า ๓ ชั่วโมง ขุดลึกลงไปในพื้นดินกว่า ๑ เมตร พบหินศิลาแลง ที่ใต้หินเป็นกองทราย พบไหสังคโลก ซึ่งบรรจุพระกรุ ประมาณ ๑๐ พิมพ์ เป็น พระร่วงนั่ง พิมพ์ใหญ่ และพิมพ์เล็ก นอกจากนี้ยังพบพิมพ์ พระร่วงยืน อีกจำนวนประมาณเท่าๆ กัน รวมกันอยู่แบบละ…

พระเปิมวัดดอนแก้ว

พระเปิมเป็นพระเนื้อดินที่สร้างมาในยุคสมัยเดียวกับพระรอด พระคง พระบาง พระเลี่ยง ฯลฯ ครับ มูลเหตุการสร้างก็ต้องเล่าเรื่องเมืองหริภุญชัย และพระนางจามเทวีแบบคร่าวๆ ครับ คืออย่างนี้ครับ จากพงศาวดารโยนก จามเทวีวงศ์ ชินกาลมลินี และตำนานมูลศาสนา พอจะสรุปได้ดังนี้ว่า มีพระฤๅษี 5 ตน คือพระสุเทวฤๅษี พระสุกกทันตฤๅษี พระ สุพรหมฤๅษี พระนารทะฤๅษี ซึ่งเป็นคณาจารย์ของหริภุญชัย และเป็นผู้สร้างพระศักรพุทธปฏิมาสกุลลำพูน นอกจากนี้ ยังมีพระ อนุสิษฏฤๅษี ซึ่งพำนักอยู่ ณ เขาลตางค์ (เขาหลวงเมืองสวรรคโลก) พระฤๅษีตนนี้ไม่ได้มีส่วนในการสร้างพระศักรพุทธปฏิมาสกุลลำพูน แต่ได้มอบกาบ ฝาหอยมาเป็นผังในการสร้างเมืองหริภุญชัย ได้ปรึกษากันในการสร้างเมืองหริภุญชัย เมื่อสร้างเมืองหริภุญชัยเสร็จแล้ว จึงให้นายควิยะบุรุษ ไปเป็นทูตทูลขอพระนาง จามเทวีพระราชธิดาพระเจ้ากรุงละวะปุระ (ลพบุรี) อันเป็นกุลสตรีที่ประเสริฐ เจริญด้วยศีลและปรีชาฉลาดมาเป็นกษัตริย์ครองเมืองหริภุญชัย โดยพระนางจามเทวีได้ทูล ขอ พระราชทานพระไตรปิฎก สมณะ ชีพราหมณา จารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ โหราจารย์ แพทย์ สถาปัตยกร วิศวกร นักประติมากรรม และเศรษฐวาณิช…