คุณค่าของเวลา

70908054060
คําว่า เวลา ถึงแม้ว่าเป็นเรื่องธรรมดาสามัญก็จริง แต่เวลานั้นเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตของทุกๆ คน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงยกเอาเวลาที่มีอยู่โดยธรรมชาติมาตรัสสอนให้ระลึกถึงเวลาที่ล่วงไปๆ และให้น้อมเข้ามาในชีวิตของตน เพื่อจะได้ตั้งตนให้อยู่ในความไม่ประมาท

“เวลาย่อมกินสรรพสัตว์พร้อมทั้งตัวมันเอง” หมายความว่า ความเป็นไปแห่งชีวิตของบุคคลเนื่องด้วยเวลา เพราะเวลาเป็นเครื่องกำหนดความสิ้นไปแห่งอายุ ย่อมบั่นทอนอายุหรือชีวิตของสัตว์โลกให้หมดไป เปลืองไป สิ้นไปโดยลำดับ และตัวเวลาเองก็หมดไปด้วย

ตามปกติของสัตว์โลกนั้น มักมีความประมาทมัวเมาในสิ่งต่างๆ เช่น ประมาทมัวเมาในร่างกาย ในชีวิต ในทรัพย์สมบัติ ในยศถาบรรดาศักดิ์ แต่เมื่อบุคคลพิจารณา ว่า ไม่ใช่เพียงเวลาเท่านั้นที่ผ่านไปอย่างเดียว แต่กลับพาเอาอายุและชีวิตของสัตว์ไปด้วย

เห็นได้ชัดว่า สิ่งที่เรายึดมั่นถือมั่นว่าเป็นของเที่ยงแท้แน่นอน ยั่งยืน กลับถูกเวลาชักพาให้หมดไป เมื่อรู้ได้อย่างนี้ ก็จะก่อให้เกิดความไม่ประมาทมัวเมาในร่าง กาย ในชีวิต ในทรัพย์สมบัติ และในยศถาบรรดาศักดิ์ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นของมีอยู่ชั่วคราว เป็นไปตามเหตุตามปัจจัยทั้งสิ้น ไม่มีผู้ใดจะบังคับบัญชาให้อยู่ในอำนาจของตนตลอดไป

ชีวิตคนเรานั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่าไม่มีแก่นสาร ชีวิตย่อมล่วงไปตามเวลาที่ผ่านมา ไม่มีทางหมุนกลับ หรือถอยหลังกลับมาได้ มีแต่จะรุดหน้าไปฝ่ายเดียว เปรียบเสมือนน้ำที่ไหลลงจากยอดภูเขา มีแต่จะไหลลงสู่ที่ราบลุ่ม ไม่มีทางที่จะไหลกลับได้ ฉะนั้น

เวลาเมื่อหมดไปแล้ว ก็เหลือสิ่งที่เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ ซึ่งจะให้ผลเป็นสุขหรือเป็นทุกข์แก่ผู้นั้นตลอดไป เมื่อรู้ได้อย่างนี้ ควรพยายามสร้างคุณงามความดีในทางโลก เช่น ประกอบอาชีพด้วยความขยัน ชื่อสัตย์สุจริต และสร้างคุณงามความดีทางธรรม เช่น ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ให้เป็นประโยชน์แก่ชีวิต

เวลาเป็นสิ่งที่ไม่มีได้ ไม่มีเสีย คงเป็นและคงอยู่อย่างนั้น แต่ความเป็นไปแห่งชีวิตของคนเรามีความได้ความเสียปรากฏอยู่ เพราะฉะนั้น จึงควรจัดสรรชีวิตของตนให้อยู่ในความได้หรือในฝ่ายดีอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ควรปล่อยชีวิตให้อยู่ในความเสียหรือฝ่ายชั่ว เพราะชีวิตนี้ถ้าปล่อยให้ล่วงผ่านเวลาไปเปล่าๆ ก็เป็นทางเสียประโยชน์ที่จะพึงมีพึงได้

เวลาที่ล่วงเลยไปด้วยการทำแต่คุณงามความดี ก็จะเป็นเวลาที่ล่วงผ่านไปอย่างมีประโยชน์ มีคุณค่าขอให้ท่านทั้งหลายดำเนินชีวิตของตนๆ ให้เป็นไปอย่างคุ้มค่า คุ้มกับเวลาที่ผ่านไป ให้ชีวิตมีแต่ความรุ่งเรือง เจริญก้าวหน้า และอยู่เย็นเป็นสุขในกาลทุกเมื่อ

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด
โดย พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร